LINE : @ufa44
18/10/2018 3:34 AM
LOGIN UFABET
USERNAME :
PASSWORD :
เข้าสู่ระบบ PARTNER OF UFABET.COM

วิเคราห์ฟุตบอลโลกกลุ่ม G

เมื่อฟุตบอลโลก 2018 ใกล้เข้ามาทุกขณะ FOX Sports Asia จึงขอทำหน้าที่วิเคราะห์เจาะลึกจุดเด่น-จุดด้อย และสไตล์ของแต่ละทีมในกลุ่มให้แฟนบอลได้รับชม มาทำความรู้จักสมาชิกในกลุ่ม G กัน

กลุ่ม G

เบลเยียม

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 12 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : อันดับที่ 4 (1986)

จุดแข็ง : เบลเยียมมีขุมกำลังแข็งแกร่งทุกตำแหน่ง ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูยันกองหน้า อันที่จริงทีมของพวกเขาดูดีตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อน ไล่ไปถึงยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส ที่ทั้งสองทัวร์นาเมนต์สามารถทะลุเข้าไปได้ถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่วิสัยทัศน์การเคลื่อนเกมของเควิน เดอ บรอยน์ , ความจี๊ดริมเส้นของเอเด็น อาซาร์ และความแข็งแกร่งในแดนหน้าของโรเมลู ลูกากู

จุดอ่อน : เบลเยียมมีสองจุดอ่อนสำคัญ อย่างแรกคือประสบการณ์ในฟุตบอลรายการใหญ่ เนื่องจากทัพ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ชุดนี้ยังไม่มีประสบการณ์คว้าแชมป์โลก หรือเข้ารอบลึก ฉะนั้นแม้จะมีทีมที่ดี แต่พวกเขาก็มักตกม้าตายในแมตช์สำคัญ เหมือนกับที่แพ้เวลส์เมื่อ 2 ปีก่อนในศึกยูโร

ส่วนอีกหนึ่งปัญหาคือผู้เล่นสำรองชุดนี้ หากดูจากขุมกำลังอีก 12 ราย มีตัวสำรองที่พอจะเทียบชุดใหญ่ได้เพียง 3 คน ซึ่งทั้งคู่เป็นกองกลางอย่าง มูสซ่า เดมเบเล่ และ ดาวรุ่งอย่าง ยูริ เตเลม็องส์ อาจแถม มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ได้มิติเรื่องลูกกลางอากาศมาอีกคน ขณะที่แข้งรายอื่นยังต้องรอการพิสูจน์ตัวเอง

และที่สำคัญคือโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ เรียกศูนย์หน้าติดทีมชุดนี้มาน้อยเกินไป โดยเฉพาะการตัด คริสติย็อง เบนเทเก้ และ ดิว็อค โอริกี้ ออกจากทีม ซึ่งหมายความว่าหากโรเมลู ลูกากูเจ็บไป (เหมือนกับที่เป็นกับแมนฯยูไนเต็ด ต้นสังกัดของเขา) ก็จะเหลือตัวแทนเพียง มิชี่ บาทชัวยี่เพียงรายเดียวเท่านั้น เรียกได้ว่างานนี้ มาร์ตี้ เรียกกองกลางมาติดทีมเป็นกำลังเสริมมากเกินไปจนขาดสมดุล

สไตล์การเล่น : เป็นอีกทีมที่ขึ้นเกมด้วยการครองบอลแดนกลางให้แน่น และใช้การวางบอลจาก เดอ บรอยน์ เปลี่ยนบอลไปให้กับ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ หรือ เอเด็น อาซาร์ เพื่อเปิดแผลแบ็กคู่แข่งและวางเข้าพื้นที่สุดท้ายให้ ลูกากู ทำประตู

สตาร์โดดเด่น : เอเด็น อาซาร์ (เชลซี)

สตาร์จากเชลซียังคงเป็นนักเตะตัวความหวังของทีมชุดนี้เช่นเดิม นักเตะที่หลายคนเคยกล่าวว่า หากไม่มี ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้บนโลกนี้ เขาควรได้รางวัลบัลลงดอร์ กระนั้นก็อยู่ที่ตัวเขาเอง ว่าจะฉายฟอร์มของตัวเองออกมาที่รัสเซียได้มากน้อยแค่ไหน

ความคาดหวัง : แชมป์โลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพราะมีทีมดีขนาดนี้ ทำไมจึงจะหวังสูงไม่ได้?

โอกาสที่น่าจะเป็น : จุดอ่อนของเบลเยียมคือหลายประเด็นที่กล่าวไปข้างต้น แต่ที่เป็นเรื่องสำคัญสุดที่ขอยกมาพูดตรงนี้คือโค้ชอย่างโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ซึ่งประสบการณ์ยังน้อยเกินไปกับเกมระดับชาติ และเมื่อบวกกับทีมชุดนี้ที่กำลังหนุนน้อยไปหน่อย คาดว่าถ้าทีมชุดใหญ่เล่นไม่ออกอาจบ้อท่าไปเลย

รอบแรก ขุนพลจากบรัสเซลส์ผ่านแน่นอน แต่อยู่ที่ว่าจะไปตกรอบไหน ลึกสุดที่คิดว่าพวกเขาทำได้ น่าจะเป็นรอบรองชนะเลิศ แต่ยังไม่เขี้ยวพอจะขึ้นไปเป็นแชมป์

 

ปานามา

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : (ไม่เคยผ่านเข้ารอบสุดท้าย)

ผลงานที่ดีที่สุด : (ไม่เคยผ่านเข้ารอบสุดท้าย)

จุดแข็ง : แม้แข้งปานามาจะดูอ่อนชั้นที่สุดตามหน้าเสื่อ แต่พวกเขาก็มีแรงใจที่ยอดเยี่ยมสำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้ ย้อนไปเมื่อ 4 ปีก่อน คอสตาริกา ก็ถูกมองว่าเป็นไม้ประดับในรอบแบ่งกลุ่มเช่นกัน แต่สุดท้ายพวกเขาพลิกคว้าแชมป์กลุ่มและผงาดเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย และไม่แพ้ใครใน 90 นาทีเลยแม้แต่นัดเดียว สำคัญคือเหล่าขุนพลจากแคริบเบียนต้องมีสมาธิพอ และเล่นเกมรับให้เหนียวแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้

จุดอ่อน : ว่ากันตามตรง คุณภาพผู้เล่นของปานามา ยังไม่พร้อมสำหรับฟุตบอลโลก พวกเขามีผู้เล่นที่ค้าแข้งในยุโรปเพียง 3 คน ซึ่ง 2 คนเล่นอยู่ในชุดสำรองของทีมจากเบลเยียม (เกนท์ ชุดสำรอง) ขณะที่อีกราย เล่นในลีกระดับ 3 ของสเปน ฉะนั้นไม่มีอะไรไปเทียบทีมอื่นที่ร่วมสายได้เลย

สไตล์การเล่น : ปานามาใช้การโจมตีจากหลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการโจมตีจากการวิ่งสอดทะลุช่อง โดยมี กาเบรียล ตอร์เรส และ อับเดียล อาร์โรโย่ เป็นกำลังสำคัญรับหน้าที่ทำประตู ขณะที่มิดฟิลด์อย่าง อนิบาล โกดอย เล่นลูกกลางอากาศได้ดี และทำประตูจากลูกเซตพีซได้ประปรายในเกมรอบคัดเลือก

สตาร์โดดเด่น : กาเบรียล ตอร์เรส (ฮัวชิปาโต้)

แข้งวัย 29 ปีคือฮีโร่ของชาติ เพราะเขาคือผู้ทำประตูชัยพา ปานามา เอาชนะ คอสตาริกา 2-1 ในเกมนัดสุดท้าย เขาเล่นอยู่กับ ฮัวชิปาโต้ ทีมในลีกของประเทศชิลี และมีจุดเด่นอยู่ที่ลูกยิงที่หนักและแรงเต็มข้อ

ความคาดหวัง : ชัยชนะนัดแรกในฟุตบอลโลก

โอกาสที่น่าจะเป็น : หากจะบอกว่า ปานามา คือเต็งบ๊วยของฟุตบอลโลกหนนี้ก็คงไม่ผิด เพราะคุณภาพนักเตะของพวกเขาไม่ไหวจริงๆ และไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ยังไม่สามารถจินตนาการได้ว่า ผู้เล่นที่มีเท่านี้จะสร้างเซอร์ไพรส์ในเวิลด์ คัพได้อย่างไร พวกเขาไม่น่าพ้นจากรอบแรกแน่นอน แต่น่าจะมีแมตช์เซอร์ไพรส์แบ่งแต้มได้จากสักทีมในกลุ่ม (ซึ่งทีมๆนั้นอาจเป็น อังกฤษ ที่มักโดนทีมรองบ่อนฟัดในรอบสุดท้ายเป็นประจำ)

ตูนิเซีย

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 4 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : รอบแบ่งกลุ่ม (1978 , 1998 , 2002 , 2006)

จุดแข็ง : ตูนิเซียของกุนซือนาบิล มาลูล ทรงบอลดีมาก โดยเฉพาะในเกมอุ่นเครื่องช่วงนี้ พวกเขาแพ้แค่เกมเดียว ต่อทีมยักษ์ระดับสเปน (และแพ้แค่ 0-1) ในรอบ 6 เกมหลังสุด พวกเขาอาจไม่ได้มีสตาร์ดังที่ทั่วโลกรู้จัก แต่หากรวมเป็นทีมแล้ว แพ้ยาก พลาดยาก โดยเฉพาะในรอบคัดเลือกที่เสียไปแค่ 4 ประตู และไม่แพ้ต่อทีมใดเลย

จุดอ่อน : ฝันร้ายกับผลงานในอดีตที่ตามมาหลอกหลอน เมื่อตูนิเซียยังไม่เคยผ่านรอบแรกได้เลย แม้จะเข้ามาแข่งรอบสุดท้ายแล้วถึง 4 ครั้งก่อนหน้านี้ และชนะได้เพียงแค่เกมเดียว พวกเขาอาจทำได้ดีในรอบคัดเลือก แต่มาในรอบสุดท้ายแล้วจะยังทำได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่ นี่คือคำถามที่ยังรอคำตอบ

สไตล์การเล่น : ตูนิเซียใช้การโจมตีจากแบ็กทั้งสองฝั่งเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลจากด้านข้าง และการสอดเติมขึ้นมายิงประตู นอกจากนี้ศูนย์หน้าของพวกเขาอย่างฟาคห์เรดดิน เบน ยุสเซฟ มีรูปร่างสูงใหญ่และเล่นลูกกลางอากาศได้ดี ซึ่งเหมาะกับบอลเน้นบอลชัวร์ กับทีมจากแอฟริกาที่มีผู้เล่นหลายคนไปเล่นในลีกฝรั่งเศส และมีกลิ่นสไตล์การเล่นในแบบของเกมฟุตบอลยุโรป นั่นทำให้ ตูนิเซีย ผลงานยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือก และสู้กับทีมจากยุโรปทั้งโปรตุเกส และสเปนได้สนุกในเกมอุ่นเครื่อง

สตาร์โดดเด่น : วาห์บี้ คาซรี่ (ซันเดอร์แลนด์)

ตัวรุกจากทีม “แมวดำ” ที่ฤดูกาลก่อน แรนส์ ยืมตัวไปใช้งาน และยังทำผลงานได้ดีกับต้นสังกัดด้วยการทำไปถึง 11 ประตูจากการลงเล่น 29 เกมในทุกรายการ พาทีมคว้าอันดับ 5 ของลีกเอิงได้อย่างน่าชื่นชม

คาซรี่เป็นมิดฟิลด์เชิงสูงที่เล่นอยู่ในฝรั่งเศสมานาน และมีลูกล่อลูกชนพอที่จะต่อกรกับทีมจากภาคพื้นทวีปอื่นได้ เชื่อว่าเขาน่าจะเป็นตัวที่โดนโค้ชคู่แข่งสั่งประกบ ซึ่งน่าจะทำให้เขาเป็นตัวหลอกที่ดีในการเก็บบอลและป้ายต่อให้เพื่อนเติมขึ้นมาทำประตูได้

ความคาดหวัง : ผ่านรอบแรกให้ได้เสียที

โอกาสที่น่าจะเป็น : ไม่ใช่เรื่องง่ายหากทีมจากแอฟริกาเหนือต้องการจะผ่านรอบแรก เนื่องจากมีสองทีมใหญ่อย่างเบลเยียม และอังกฤษขวางทางอยู่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเสียเลย เนื่องจากพวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ยอมอ่อนข้อต่อทีมใดง่ายๆ ฉะนั้นหากเก็บผลเสมอได้จากสองทีมใหญ่ และชนะปานามา พวกเขาก็มีโอกาสลุ้นเข้ารอบได้เหมือนกัน แต่โอกาสที่ว่าค่อนข้างน้อย จึงน่าจะเป็นทีมที่สร้างสีสันได้ดีทีมหนึ่ง แต่น่าจะตกรอบแรก

England

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 14 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : แชมป์โลก 1 สมัย (1966)

จุดแข็ง : อังกฤษชุดนี้ไม่ได้อุดมไปด้วยซูเปอร์สตาร์เหมือนเมื่อครั้งก่อนๆ และมีนักเตะอายุมากกว่า 30 ปี ติดทีมมาเพียงแค่สองคน ที่สำคัญในเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าผู้เล่นชุดนี้สามารถต่อกรกับทีมระดับแชมป์โลกอย่างเยอรมนี หรือบราซิลได้อย่างสูสี ที่สำคัญการมีศูนย์หน้าที่ขู่คู่แข่งได้อย่าง แฮร์รี่ เคน ทำให้สิงโตตัวนี้ดูตัวใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อหนก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด

จุดอ่อน : สืบเนื่องจากจุดแข็งด้านบน ก็ยังมีจุดอ่อนที่พูดถึงต่อกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ทั้งโค้ช และนักเตะ ที่หลายรายยังไม่เคยสัมผัสกับฟุตบอลโลก ฉะนั้นเมื่อทีมตามหลังหรืออยู่ในสถานการณ์คับขัน ก็อาจยากที่จะทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันได้

สไตล์การเล่น : อังกฤษเพิ่งเปลี่ยนระบบมาใช้กองหลังตัวกลาง 3 คน ซึ่งทำให้เกมรับดูเซตระบบกันแน่นมากขึ้น ขณะที่การขึ้นเกมต้องอาศัยวิงแบ็กอย่าง คีแรน ทริปเปียร์ หรือ แดนนี่ โรส เป็นหลัก โดย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ เดเล่ อัลลี่ คือทางลำเลียงสำคัญที่จะส่งบอลไปถึง แฮร์รี่ เคน ในการจบสกอร์ โดยมีตัวจี๊ดอย่างราฮีม สเตอร์ลิ่ง , เจมี่ วาร์ดี้ และมาร์คัส แรชฟอร์ดเป็นตัวพลิกเกม

สตาร์โดดเด่น : แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส)

นักเตะคนเดียวในทีมชุดนี้ที่ใกล้ชิดกับคำว่า “เวิลด์ คลาส” มากที่สุด แม้จะโดนโมฮาเหม็ด ซาลาห์ กลบรัศมีไปในฟุตบอลสโมสรเมื่อฤดูกาลก่อน แต่นั่นน่าจะทำให้เขาต้องพิสูจน์ตัวเองมากขึ้นเป็นทวีคูณในฟุตบอลโลกหนนี้ เคน เป็นศูนย์หน้าที่มีครบทั้งทักษะเฉพาะตัว , การจัดระเบียบร่างกาย และการยิงประตูด้วยเท้าทั้งสองข้างหรือลูกโหม่ง ฉะนั้นอังกฤษจะไปได้ไกลแค่ไหน อยู่ที่ เคน จะโชว์ของออกมาได้มากน้อยเพียงใด

ความคาดหวัง : อย่างน้อยก็เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศให้ได้เหมือนเมื่อ 12 ปีก่อน

โอกาสที่น่าจะเป็น : อย่างแรกคืออังกฤษไม่ได้อยู่ในกลุ่มโหดมาก พวกเขามีโอกาสเก็บแต้มที่ต้องการได้ใน 2 นัดแรก จนกว่าจะไปวัดกับเบลเยียมในเกมสุดท้าย ที่สำคัญคือสิงโตคำรามชุดนี้ขายความสด และพลังหนุ่ม โดยเฉพาะกุนซืออย่างเซาธ์เกตที่มาแบบถ่อมตัวและขอทำเต็มที่ ทำให้ “สิงโตคำราม” ชุดนี้กลายเป็นม้านอกสายตาที่ทั้งสื่อและผู้สันทัดกรณีไม่ได้มองว่าเป็นเต็งแชมป์เหมือนก่อน

ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจกลายเป็นดีก็ได้ และอาจทำให้พวกเขาเล่นอย่างไร้ความกดดัน และทำผลงานได้ดี ที่สำคัญสืบเนื่องจากทีมชุดเด็กของอังกฤษคว้าแชมป์มาแทบทุกชุด อาจเป็นแรงผลักดันให้ทีมชุดใหญ่ทำผลงานได้ดีขึ้น เชื่อว่าพวกเขาน่าจะผ่านไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นอย่างน้อย แต่หลังจากนั้นจะเข้าไปได้ลึกแค่ไหนก็ต้องแล้วแต่บุญกรรม

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ : วิเคราห์ฟุตบอลโลกกลุ่ม G