LINE : @ufa44
18/10/2018 3:44 AM
LOGIN UFABET
USERNAME :
PASSWORD :
เข้าสู่ระบบ PARTNER OF UFABET.COM

วิเคราห์ฟุตบอลโลกกลุ่ม D

เมื่อฟุตบอลโลก 2018 ใกล้เข้ามาทุกขณะ FOX Sports Asia จึงขอทำหน้าที่วิเคราะห์เจาะลึกจุดเด่น-จุดด้อย และสไตล์ของแต่ละทีมในกลุ่มให้แฟนบอลได้รับชมกัน มาทำความรู้จักสมาชิกในกลุ่ม D กัน

กลุ่ม D

สมาชิกร่วมกลุ่ม : อาร์เจนตินา , ไอซ์แลนด์ , โครเอเชีย , ไนจีเรีย

อาร์เจนติน่า

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 16 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : แชมป์โลก 2 สมัย (1978 , 1986)

จุดแข็ง : ดาวยิงระดับพระกาฬ หากนับเฉพาะผู้เล่นตัวรุกในแดนบน ทัพฟ้า-ขาวดูแล้วมีพิษสงมากที่สุด ทั้งกอนซาโล่ อิกัวอิน , ลิโอเนล เมสซี่ , แซร์คิโอ อเกวโร่ และเปาโล ดีบาล่า ต่างมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะสามรายแรกที่มีประสบการณ์การเล่นในรอบสุดท้ายมาแล้ว

จุดอ่อน : ตำแหน่งที่เหลือที่ไม่ใช่กองหน้า การเสีย แซร์คิโอ โรเมโร่ไป ทำให้ฮอร์เก้ ซามปาโอลี่ อาจต้องใช้ฟรังโก้ อาร์มานี่ นายทวารจากริเวอร์ เพลท ที่ยังไม่เคยติดทีมชาติเลยลงเฝ้าเสา ขณะเดียวกันชื่อของแนวรับและแผงแดนกลางก็ดูน่าเป็นห่วง เพราะนอกจากชื่อของนิโกลัส โอตาเมนดี้ , อังเคล ดิมาเรีย และฮาเวียร์ มาสเคราโน่แล้ว ทีมก็ยังฝากความหวังไว้กับใครไม่ได้เลย ซึ่งดูจากทรง โจวานี่ โล เซลโซ มิดฟิลด์จากปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง น่าจะก้าวขึ้นมามีบทบาทอย่างมากในฟุตบอลโลกหนนี้ ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าเขาจะโชว์ฟอร์มได้ดีมากน้อยแค่ไหน

สไตล์การเล่น : อาร์เจนตินาชุดนี้ค่อนข้างขาดไอเดียในการเล่น โดยส่วนใหญ่การเซตเกมขึ้นอยู่กับ เมสซี่ เป็นหลัก ฟุตบอลโลกหนที่แล้วก็เป็นสตาร์จากบาร์เซโลน่าที่แบกทีมไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่นอกจากเมสซี่แล้ว การให้บอลของ ดิ มาเรีย อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดว่าทีมจะทำประตูได้มากน้อยแค่ไหน

สตาร์โดดเด่น : ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า)

ปมในใจของเมสซี่ในวัย 30 ปี อาจได้รับการสะสางเสียที หากเขาพาทีมฟ้า-ขาวคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามครั้งนี้ยากกว่าครั้งที่แล้วหากกางดูชื่อของเพื่อนร่วมทีมของเขาแต่ละคน

ฟุตบอลต้องเล่นเป็นทีม กับบาร์ซ่า เขาอาจเนรมิตแชมป์รายการใดก็ได้ แต่สำหรับอาร์เจนตินา แค่เขาคนเดียว คงแบกทั้งทีมในบอลโลกสองหนติดกันไม่ไหว

ความคาดหวัง : แชมป์โลกอีกสักครั้งเพื่อเมสซี่

โอกาสที่น่าจะเป็น : อาร์เจนตินาชุดนี้ไม่ไหวจริงๆโดยเฉพาะผู้รักษาประตูและเกมรับ ซึ่งสำคัญมากกับเกมระดับสูง และต่อให้ด้านบนจะมี 4-5 ผู้เล่นระดับเทพอยู่ด้านหน้า แต่ในเมื่อความสมดุลของทีมไม่มี ก็คงยังไม่ดีพอที่จะคว้าแชมป์โลก

เมสซี่คงช่วยทีมได้มากที่สุดที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไม่น่าไปไกลได้เหมือน 4 ปีก่อนที่บราซิล

 

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : (ไม่เคยผ่านเข้ารอบสุดท้าย)

ผลงานที่ดีที่สุด : (ไม่เคยผ่านเข้ารอบสุดท้าย)

จุดแข็ง : ใจล้วนๆที่พาขุนพลมนุษย์น้ำแข็งเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายได้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องกลัวใคร เพราะเคยพิสูจน์ตัวเองมาแล้วในยูโร 2016 เมื่อ 2 ปีก่อน ความทุ่มเท และจิตวิญญาณที่สื่อถึงกันระหว่างโค้ช , นักเตะ และแฟนบอล ที่จะพาบรรดาแข้งไอซ์แลนดิกทะลุเข้ารอบไปให้ลึกที่สุดในฟุตบอลโลกหนนี้

จุดอ่อน : ผู้เล่นส่วนใหญ่ของ ไอซ์แลนด์ ยังเป็นทีมชุดเดิมจากฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเมื่อ 2 ปีก่อน ที่ทีมอื่นน่าจะพอจับทาง คาดเดาวิธีการเล่นไว้แล้ว ขณะที่การอำลาทีมไปของ ลาร์ส ลาเกอร์บัค ปล่อยให้ ไฮเมียร์ ฮัลกริมส์สัน คุมทีมคนเดียว เห็นชัดว่าผลงานของทีมน้ำแข็งดร็อปลงไป ชัดเจนว่า “สองหัวดีกว่าหัวเดียว”

ดาวเตะชุดนี้แทบจะทุกคนไม่เคยผ่านเกมระดับสูง และแน่นอนไม่เคยเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ฉะนั้นประสบการณ์ถือเป็นสิ่งที่พวกเขาขาดไป และมันสำคัญมากกับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆแบบนี้

สไตล์การเล่น : การเข้าทำสไตล์โบราณ ทั้งจังหวะทุ่มไกล , ฟรีคิก , เตะมุม หรือลูกกลางอากาศ พวกเขาจะใช้นักเตะรูปร่างสูงใหญ่พะบู๊กับคู่แข่ง และอาศัยลูกฮึดโยนบอมบ์เข้าไปจนกว่าจะได้ประตู

สตาร์โดดเด่น : กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน (เอฟเวอร์ตัน)

อดีตดาวเตะสวอนซี ซิตี้ฟอร์มตกลงไปเยอะ แต่ก็เป็นความหวังที่ดีที่สุดของชาวไอซ์แลนดิก ในฟุตบอลโลกหนนี้ ซิเกิร์ดส์สันมีความสามารถเฉพาะตัวที่ดี และเล่นเป็นทีมได้ รวมถึงมีความเยือกเย็นมากพอกับจังหวะสุดท้าย ซึ่งน่าจะช่วยทีมได้ในสถานการณ์คับขัน

ความคาดหวัง : สร้างปาฎิหาริย์ให้ได้อีกครั้ง ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเหมือนในยูโร

โอกาสที่น่าจะเป็น : แต่ปาฎิหาริย์น่าจะมีเพียงครั้งเดียว และมันเกิดขึ้นไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อนที่ฝรั่งเศส แต่ฟุตบอลโลกที่มีเพื่อนร่วมกลุ่มทั้งอาร์เจนตินา และ โครเอเชีย รวมถึงไนจีเรีย มันไม่ง่ายอีกต่อไปสำหรับพวกเขา ดูแล้วไม่น่าจะพ้นรอบแรก

โครเอเชีย

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 4 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : อันดับที่ 3 (1998)

จุดแข็ง : นักเตะโครแอตแต่ละคนเล่นอยู่ในสโมสรชั้นยอดของยุโรปทั้งสิ้น แดนกลางที่เรียกมามีนักเตะจากเรอัล มาดริด 2 คน , บาร์เซโลน่า 1 คน และ อินเตอร์ มิลาน 1 คน ขณะที่ผู้เล่นตัวรุกทุกคนเล่นอยู่ในกัลโช่ เซเรีย อา และบุนเดสลีกา เยอรมนี คุ้นชินอยู่แล้วกับฟุตบอลระดับสูง ที่การแข่งขันตึงเครียด

จุดอ่อน : ตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟดูจะเป็นตำแหน่งที่น่าเป็นห่วงสักนิดสำหรับทัพโครแอต พวกเขามี เดยัน ลอฟเรน ที่ฟอร์มกับลิเวอร์พูลต้นสังกัดยังไม่เข้าที่ จับคู่กับเวดรัน ชอร์ลูก้า อดีตกองหลังสเปอร์ส ที่พ้นช่วงพีคและปัจจุบันต้องไปเล่นให้กับ โลโคโมทีฟ มอสโก จากรัสเซีย ความไม่แน่นในแผงหลังอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ทุกวินาที ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียประตูให้กับคู่แข่งที่มีเกมรุกเฉียบคมและบดกดดันต่อเนื่อง

สไตล์การเล่น : โครเอเชียเซตเกมกันเป็นระบบเพราะมีกองกลางที่ดีมากทั้ง อิวาน ราคิติช (บาร์เซโลน่า) และ ลูก้า โมดริช (เรอัล มาดริด) ไหนจะมี มาร์เซโล่ โบรโซวิช และ มาเตโอ โควาซิช คอยช่วยประคอง พวกเขายังมีหนึ่งในตัวริมเส้นที่ดีที่สุดในยุโรปอย่างอิวาน เปริซิช และศูนย์หน้าดาวยิงอย่าง มาริโอ มานด์ซูคิช ที่ซัดกระจายให้ทีมชาติมาแล้ว 30 ประตู ทำให้โครแอตมีศักยภาพเกมรุกน่ากลัวที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป

สตาร์โดดเด่น : ลูก้า โมดริช (เรอัล มาดริด)

กองกลางที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลกในเวลานี้ อยู่กับทีม “ตราหมากรุก” เขามีคุณสมบัติทุกอย่างที่มิดฟิลด์ควรมี ทั้งความสามารถเฉพาะตัว , การตัดเกม , การเชื่อมเกม , การวางบอลสั้น-ยาว รวมทั้งยังยิงประตูได้เฉียบคมจากทุกส่วนของสนาม

โมดริช คือกำลังสำคัญที่พา เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลล่าสุด และในฐานะกัปตันทีมชาติ เขาถือเป็นหัวใจของชาวโครแอตในฟุตบอลโลกหนนี้ไม่แพ้กัน

ความคาดหวัง : อันดับที่ 3 อีกสักครั้งเหมือน 20 ปีก่อน

โอกาสที่น่าจะเป็น : โครเอเชีย มีศักยภาพที่จะผ่านรอบแรกได้แน่นอน และนั่นขึ้นอยู่กับว่ารอบ 2 และรอบลึกๆต่อไปพวกเขาจะผ่านไปเจอใคร พวกเขาไม่กลัวทีมที่อยู่ในเกรดพอๆกัน แต่ปัญหาคือเมื่อเจอทีมใหญ่ แม้พวกเขาจะมีแดนกลางและผู้เล่นแนวรุกที่ดีมาก แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า แนวรับคือจุดอ่อน ซึ่งน่าจะทำให้พวกเขาไม่เข้ารอบลึกอย่างที่คิด รอบ 8 ทีมสุดท้าย น่าจะไกลที่สุดแล้วสำหรับพวกเขา หรือหาก โมดริช กับ มานด์ซูคิช ฟอร์มพีคจริงๆ … แอบหวังนิดหนึ่งก็ได้กับรอบตัดเชือก

ไนจีเรีย

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 6 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : รอบ 16 ทีมสุดท้าย (1994 , 1998 และ 2014)

จุดแข็ง : ไนจีเรียชุดนี้มีผู้เล่นแนวรุกที่วูบวาบพอตัว แต่ส่วนใหญ่เป็นพลังหนุ่มอย่าง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ และ อเล็กซ์ อิโวบี้ (และรวมกับแดนกลางอย่าง วิลเฟรด เอ็นดิดี้ อีกราย)

เด็กหนุ่มเหล่านี้เล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คุ้นชินกับความเครียดและการแข่งขันที่บีบคั้นตลอดเวลา ทำให้พวกเขาน่าจะมีแรงผลักดันมากพอสำหรับฟุตบอลโลกหนนี้

จุดอ่อน : กองหลังของพวกเขาแทบไม่มีใครที่คุ้นชื่อคุ้นหูแฟนบอลเลย อาจมีชื่อของเคนเน็ธ โอเมรู ในวัย 24 ปี ที่ต้นสังกัดคือ เชลซี แต่เอาเข้าจริงเขาเป็นอดีตดาวรุ่งที่ไม่มีที่ยืนในสแตมฟอร์ด บริดจ์ และถูกปล่อยยืมไปให้กับ 4 สโมสร ล่าสุดคือ คาซิมพาซ่า ในลีกตุรกี ส่วนสามเซนเตอร์ที่ลงเล่นนัดที่แล้วคือ วิลเลี่ยม ทรูสต์ เอก็อง (บูร์ซาสปอร์) , เลออน บาโลกัน (ไมนซ์ ที่เพิ่งเซ็นย้ายไปไบรท์ตันฯ) และ จอห์น โอกู (ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า)

ไนจีเรียถือเป็นอีกทีมที่ผู้เล่นมีประสบการณ์น้อยเกินไปกับเกมระดับสูง แม้กระทั่งตัวอย่างอิเฮียนาโช่ , เอ็นดิดี้ หรือ อิโวบี้ เอาเข้าจริงด้วยอายุที่ยังเด็กก็ถือเป็นดาบสองคม พวกเขาอาจจะยังไม่นิ่งพอในสถานการณ์คับขัน

จอห์น โอบี มิเกลในวัย 31 ปี น่าจะเป็นพี่ใหญ่คนเดียวที่ประคองน้องๆได้ แต่อดีตแข้งเชลซีก็พ้นช่วงพีคไปนานมากแล้ว ฉะนั้นทีมนี้ แม้จะพอมีพิษสงแต่ก็ดูขาดสมดุลไปพอสมควร

สไตล์การเล่น : อิเฮียนาโช่ , อิโวบี้ และมูซ่า หรือแม้แต่วิงแบ็กอย่างวิคเตอร์ โมเสส เป็นนักเตะที่เคลื่อนที่ได้เร็ว เหมาะสำหรับเกมโต้กลับ ฉะนั้นหลายประตูของไนจีเรียในรอบคัดเลือก มาจากการชิงจังหวะสวนเร็วใส่คู่แข่งจนได้ประตู และน่าจะเป็นอาวุธสำคัญของพวกเขาในเวิลด์ คัพครั้งนี้

สตาร์โดดเด่น : เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ (เลสเตอร์ ซิตี้)

แข้งดาวรุ่งจากเลสเตอร์ ที่ย้ายมาจากแมนฯซิตี้ คือตัวความหวังสูงสุดของขุนพล “อินทรีมรกต” ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เขามีสัญชาตญาณการทำประตูที่ดี และหาพื้นที่ได้เยี่ยม โอกาสพิสูจน์ตัวเองมาถึงหากเขาโชว์ฟอร์มได้ดี ก็มีโอกาสที่อนาคตในอาชีพค้าแข้งของเขาจะสดใส

ความคาดหวัง : รอบ 8 ทีมสุดท้ายครั้งแรกในประวัติศาสตร์

โอกาสที่น่าจะเป็น : ไนจีเรียชุดนี้ยังมีผู้เล่นประสบการณ์สูงคอยประคองทีมน้อยเกินไป พวกเขาอาจวูบาบในช่วงแรก แต่สุดท้าย ความนิ่งไม่พอ น่าจะทำให้พวกเขาต้องกลับบ้านก่อนเพื่อน แม้จะใกล้เคียงกับการเข้ารอบ แต่สุดท้ายแล้วเชื่อว่า อาร์เจนตินา และ โครเอเชีย จะจองโควตา 2 ที่นั่งสู่รอบน็อคเอาท์ ทิ้งให้อินทรีสีเขียวแห่งกาฬทวีปต้องตกรอบแรกในที่สุด

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ : วิเคราห์ฟุตบอลโลกกลุ่ม D